5ปัจจัย ที่ทำให้หงส์คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 มาครอง


5ปัจจัย ที่ทำให้หงส์คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 มาครอง

เจอร์เก้น คล็อปป์” ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของหงส์แดงลิเวอร์พูลเพิ่งจะทำการลบล้างอาถรรที่แสนเจ็บปวด 5ปัจจัย ในการพาทีมเข้าชิงชนะเลิศในฟุตบอลถ้วยได้สำเร็จเมื่อเขานำทัพหงส์แดงปราบ สเปอร์ทีมคู่แข่งร่วมลีกนัดชิงชนะเลิศ 2 ประตูต่อ 0 ที่เมโทรโปลิตาโน่ในกรุงมาดริดประเทศสเปนและคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกสมัยที่ 6 ไปครองได้สำเร็จ โดยต้องบอกเลยว่าความสำเร็จในครั้งนี้มันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ๆ แต่มันดูมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ของเจอร์เก้น คล็อปป์”กลับทางลิเวอร์พูลในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์อย่างเต็มตัวไม่ว่าจะเป็นทั้งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษรวมถึงฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆและวันนี้เราจะมาพูดถึง 5 สิ่งที่ทำให้ทางหงส์แดงสามารถคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ได้ แล้ว5ปัจจัยที่ว่านั้นจะเป็นอะไรกันบ้างเราตามไปดูกันเลย

5ปัจจัย จะมีอะไรบ้างเราไปดูบ้าง

1 เสี่ยงเลือกกองหน้าหน้า เจอร์เก้น คล็อปป์กับเมาริซิโอโปเช็ตติโน่ 2 ผู้จัดการทีมตัดสินใจดรอปกองหน้าคนสำคัญที่กลายเป็นฮีโร่ในรอบเซมิไฟนอลโดยทางฝั่งหงส์แดงก็เป็นโอริกิที่กลายเป็นฮีโร่ในเกมส์พลิกนรก เอาชนะบาร์เซโลนา 4 ประตูต่อ 0 และดูเหมือนว่าฟร์อมของเขานั้นกำลังดูดีเลยทีเดียวแต่ทว่าในเกมนัดนี้ทางเจอร์เก้น คล็อปป์ตัดสินใจครอปโอริกิไว้เป็นสำรอง เนื่องจาก ฟามิโน
กลับมาฟิตเต็มทีแล้วก็ดูเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลพอสมควรส่วนในรายของ โปรเซ็ตติโน่ ตัวเขาก็ตัดสินใจดรอป ลูครัส มูลา ผู้เล่นที้เป็นแฮทริกเป็นฮีโร่ในการที่เอาชนะอาแจกซ์อัมสเตอร์ดัมในรอบตัดเชือกไว้
เป็นตัวสำรองอยู่ข้างสนามและตัดสินใจส่งตัว Harry Kane ดาวยิงกัปตันทีมชาติอังกฤษไว้ลงไปขู่แนวรับของชาวหงส์แดง ซึ่งถ้าหากว่าเรามองจากความเป็นจริงแล้ว Harry Kane
เพิ่งได้กลับมาลงเล่นหลังจากที่พันร่างกายจากอาการบาดเจ็บมากกว่า 50 วันสำหรับแนวคิดของทั้งสองกุนซือต้องบอกเลยว่ามันไม่เวิร์คเพราะในครึ่งแรกทั้งฟามิโน่และ Harry Kane พวกเขาได้สัมผัสบอลลูนกันไม่ถึง 11 โดยฟามิโน่ตัวเขานั้นเล่นไม่เข้ากับทีมเลยขนาดที่ แฮรี่เคนก็ยังมีฟร์อมที่น่าผิดหวังเช่นกัน และเขาก็แทบไม่สร้างปัญหาให้กับแนวรับของลิเวอร์พูลได้เลยแต่ทว่าทาง คล็อป เขาเป็นคนที่ดูเหมือนจะคิดไวทำไว เขาได้มองเห็นปัญหาตรงนี้เลยตัดสินใจเปลี่ยนตัว ฟามิโน ออกและส่ง โอริกิ ลงไปและนั่นก็เป็นผลดีอีกด้วยเนื่องจากดาวยิงทีมชาติเบลเยียมเป็นคนทำประตูที่ 2 ส่วนทางเคนเขาได้รับโอกาสลงสนามเต็ม 90 นาทีแต่เขาก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้เลย

2 “อลิสซอน เบ็คเกอร์”ในตอนนี้ทุกคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่าได้ นายทวาร ท่านนี้สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีแบบสุดๆจนถึงขั้นได้รับรางวัลนายทวาร ยอดเยี่ยมในศึกพลีเมียลีกอังกฤษ 2018-2019 หลังตัวเขาทำได้ถึง 21 คลีนชีต

3 โมฮาเมดซาล่าลบล้างฝันล้าย ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อนดาวยิงชาวอียิปต์รายนี้ไม่สามารถช่วยเพื่อนร่วมทีมจบการแข่งขันได้เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่หลังจากมีการยื้อยุดฉุดกะชากกันกับ รามอส กองหลังกัปตันทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ตั้งแต่ช่วงต้นเกมของปีที่ ซึ่งตัดภาพกลับมาในซีซั่นนี้ King Of Egypt เป็นคนยิงประตูแรกให้กับทีมจากจังหวะจุดโทษในช่วงต้นเกมที่ทำให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการแข่งขันเพราะเนื่องจากในตอนนั้นทั้งลิเวอร์พูล – สเปอร์สพวกเขายังไม่รู้เลยว่าคู่แค่นั้นจะไม่เล่นแบบไหนและควรจะรับมืออย่างไร
ซึ่งแน่นอนว่าจุดโทษนี้ มันคือประตูที่เปลี่ยนไปทุกอย่างนั้นทำให้ทางหงส์แดงยังคงความได้เปรียบทันทีถึงแม้ว่าตลอดทั้งเกมสเปอร์จะดูมีสถิติในการคลองเกมและเหนือกว่าแต่เมื่อพวกเขานั้นทำไม่ได้ทุกอย่างนั้นก็ไม่มีความหมาย

4 เจอร์เก้น คลอปป์ ทำร้ายอาถรรพ์ของตัวเองได้แล้วโดย คล็ออปป์ ต้องพบกับความผิดหวังมากมายรายการที่พาทีมงานเข้าชิงชนะเลิศพอเขามาจะพ่ายแพ้ในเกมลิชิงดำเสมอซึ่งนับดีๆแล้วเข้าพลาดถึง 6 ครั้งเลยทีเดียว แชป์เปี้ยนลีก ลีกคัฟ ยูโรป้าลีกร่ววถึงสมัยที่อยู่กับดอร์ทมุนท์ แถมในซีซั่นนี้พวกเขายังชวดแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบหน้าเจ็บปวดโดยการมีคะแนนถึง 97 คะแนน เป็นรองแมนเชสเตอร์ซิตี้เพียงแค่คะแนนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่านี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแต่มันเป็นการเริ่มนับ 1 สำหรับการที่ เจอร์เก้น คลอปป์ นำลิเวอร์พูลก้าวขึ้นมาท้าทายแชมป์ลีกรวมถึงบอลถ้วยรายการต่างๆแน่นอน

5 เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ แข็งแกร่งเสมอ หากย้อนกลับไปในตอนที่เวอร์จิลฟานไดค์ยังเป็นนักเตะของ เซาแธมป์ตัน เหล่าบรรดาสาวกของหงส์แดง ยังคงจะหวั่นกับเกมรับของตัวเองไม่น้อย แต่หลังจากที่ทางสโมสรทุ่มเม็ดเงินมหาศาลในการดึงตัวฟันไดก์ เข้าร่วมทีม เกมรับของลิเวอร์พูลก็ดูแข็งแรงมากยิ่งขึ้น และสำหรับเกมที่พบกับสเปอร์แน่นอนว่า ฟันไดก์ ยังคงรักษามาตรฐานของตัวเองได้ดี อีกทั้งคู่หูของเขาอย่างโฌแอล มาติป ก็ยังท็อป ฟร์อม “อลิสซอน เบ็คเกอร์” ก็ยังมีความเหนียวหนึบ

นั้นจึงทำให้เกมรับ

ของหงส์แดงดูลงตัวมากจนทำให้ทางสเปอร์สไม่มีโอกาสเหน่งๆเข้าไปทำประตูได้เลย และหากมองถึงด้านเกมลุกกองหลังรายนี้ก็ดูโดดเด่นไม่แพ้กันเพราะมันมีหลายรายการที่ เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ ขึ้นไปทำประตูจากลูกฟรีคิกหรือลูกเตะมุมแถมบางครั้งยังช่วย แอสซิสให้กับทีมอีกด้วยซึ่งดูเหมือนว่าเงิน 75 ล้านปอนที่ทำลิเวอร์พูลได้เสียไป ซึ่งมันดูเหมือนจะคุ้มค่าแล้วที่พวกเขาได้ผู้ชายที่ชื่อเวอร์จิลฟานไดค์เข้ามา.

ขอบคุณข้อมูล ดี ๆ จาก FIFA55

Tags: , , , , , , , ,