ความแตกต่างที่ลงตัวของ เฟอร์ดินานด์ และ วิดิช


ดูเหมือนจะลงๆตัวๆด้วย ความแตกต่างที่ลงตัวของ ของทั้งคู่

กองหลังที่แข็งแกร่งคือจุดเริ่มต้นของการสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม เซ็นเตอร์แบ็คที่ดีก็เปรียบเสมือนเสาเข็มที่มั่นคง ตลอดการเล่นคู่กันของ Center คู่นี้นะครับ เขาทั้งคู่คือผู้สร้างความมั่นใจให้กับทีม ซึ่งมันทำให้ที่มีความมั่นใจในการสร้างฟุตบอลเกมรุกได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงกองหลัง แม้ว่าทั้งคู่นะครับจะแทรกขึ้นมาเติมเกมรุกในบางครั้งก็ตาม โดยทั่วไปแล้วนักเตะที่สามารถเล่นคู่กันได้ จะต้องมีเคมีที่ตรงกัน ซึ่งหาได้ยากมากและเฟอร์ดินานด์กับวิดิช เป็นหนึ่งในคู่หูที่อาจจะไม่มีสกิลในการประสานงานกันมากสักเท่าไหร่ รวมไปถึงในทัศนคติในการเล่นก็ไม่เหมือนกัน จนดูเหมือนว่ามีช่องโหว่เล็กๆระหว่างเขาทั้งคู่ แต่สุดท้ายนะครับริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนมันย่า วิดิช กลับเอาความเยือกเย็นและความดุดันมารวมกันได้อย่างลงตัว คนนึงควบคุมการตั้งโซนรับ อีกคนหนึ่งเข้าแย่งบอลอย่างเกรี้ยวกราด นั่นทำให้ทั้งคู่เกิดเป็นคู่หูที่แข็งแกร่งที่สุด ในพรีเมียร์ลีกยุคปี 2000 ต้องยกเครดิตให้กับเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ทีมอบความเชื่อถือในตัวของเขาทั้งคู่

ความแตกต่างที่ลงตัวของโดยเฟอร์ดินานด์เป็นผู้ที่เข้ามาก่อนในถิ่น โอล แทรฟฟอร์ด เขาถูกกดดันจากแฟนๆ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติกองหลังที่แพงที่สุดในโลก ณ เวลานั้น หลังจากที่ย้ายออกมาจากลีดย์ ยูไนเต็ด แม้ว่าฤดูกาลแรกของเขาจะจบด้วยการเป็นแชมป์ลีคในทันที แต่ในช่วงฤดูกาลถัดมาเขาเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก เนื่องจากเขาไม่ได้รับเข้าการตรวจโด๊ปเมื่อปี 2003  จนทำให้เขาต้องจ่ายค่าปรับ 5,000 ปอนด์ และถูกแบนห้ามลงเล่นถึง 8 เดือนแรกของฤดูกาล จนเฟอร์ดินานด์เกือบกลายเป็นนักเตะที่ถูกลืมไปแล้วในฤดูกาลนั้น จนกระทั่งในปี 2004 เฟอร์ดินานด์ก็สามารถกลับมาได้ และเป็นเซ็นเตอร์ตัวหลักของทีมเพียงคนเดียว ที่มีคู่หูชั่วคราวอย่างเวสบราวน์ จอน โอเชีย และ มิคาเอล ซิลแวสต์ ที่คอยสลับสับเปลี่ยนกันลงมาเล่นเซ็นเตอร์แบ็ค

จนกระทั่งการมาของวิดิชในเดือนมกราคมปี 2006 ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนแปลงไปปราการหลังชาวเซิร์บย้ายมาด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์  จากทีม สปาร์ตัก มอสโคว ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก ในการที่เขากลายมาเป็นหนึ่งในคู่หูกองหลังที่ดีที่สุดในโลกของฟุตบอลยุคใหม่ แม้ว่าจะไม่มีข่าวกับแมนยูไนเต็ดอย่างชัดเจน ในก่อนที่จะชูเสื้อ แต่ในช่วงเวลานั้นเขามีข่าวกับฟิออเรนติน่าอย่างมากจนถึงขั้นมีสื่อลงว่าวิดิชได้ตกลงค่าตัวกับเมืองฟลอเรนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่แมนยูไนเต็ดดันขโมยตัดหน้าไปอย่างหน้าตาเฉย เนื่องจากฟิออเรนติน่ามีนักเตะนอกยุโรปมากเกินไป จึงทำให้อดซื้อนักเตะเพิ่ม และทำให้เฟอร์กูสันตัดสินใจฉกวิดิชมาในทีนที มันเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับวิดิชที่แมนยูไนเต็ด เพราะเขาเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่มาจากเซอร์เบียร์ โดยในช่วงแรกๆวิดิช ทำหน้าที่เป็นตัวคอยซ้อน พาทริค เอฟร่า จนกระทั่งในที่สุดเขาสามารถต่อสู้และปรับตัวได้สำเร็จ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญในยุคที่ 3 และยุคสุดท้ายของเฟอร์กูสันในสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ความแตกต่างที่ลงตัวของ

วิดิชกับเฟอร์ดินานด์ได้เริ่มต้นการเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็คอย่างจริงจัง ในช่วงกลางฤดูกาลปี 2007-2008 หลังจากนั้นทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่แท้ของกันและกันตลอดมา ถึงแม้ว่าความแตกต่างกับสไตล์การเล่น จะทำให้ทั้งคู่ยังคงไม่มีผลงานที่ดีนัก และทำให้ตัวของกูเองมีประสิทธิภาพที่ลดลงเล็กน้อย จากการที่ไม่เข้าขากัน จนทำให้เสียงประตูไม่ถึง 22 ลูกจากการลงสนามทั้งคู่ 38 เกมลีกแต่นั่นมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนั้นในทัวนาเม้นยุโรเปี้ยนคัพมันได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไร้พ่ายในแชมเปี้ยนลีกและคว้าแชมป์มาได้ โดยพวกเขาเสียไปแค่ 6 ลูกจากการลงสนาม 13 เกมเท่านั้น จึงทำให้เกิดคู่หูทรงประสิทธิภาพขึ้นมาคู่นึงบนโลกฟุตบอล รวมไปถึงการประสานงานร่วมกับสุดยอดผู้รักษาประตูอย่าง เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซา ทำให้แนวรับของแมนยูแน่นปึก คู่หูคู่นี้ทำให้แมนยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเกมรับ และเกมรับที่เหนียวแน่นนี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้แมนยูไนเต็ดเข้าสู่ความยิ่งใหญ่ครั้งใหม่ คุณภาพในการเล่นแนวรับของทั้งคู่ ช่วยให้ทีมเป็นแชมป์ระดับประเทศ และระดับยุโรป ถึงแม้จะพลาดแชมป์บ้างเป็นบางช่วงก็ตาม โดยทั้งคู่เคยทำสถิติในการลงสนามคู่กันและไม่เสียประตูยาวนานถึง 1331 นาทีในเกมลีกหรือรวมทั้งสิ้น เป็นเวลายาวนานถึง 14 เกม ที่ทั้งคู่ไม่เสียประตูติดต่อกัน ซึ่งสถิตินั้นยังคงเป็นที่ประหลาดใจจนถึงยุคนี้ ความสำเร็จนี้ยังคงไม่มีทีมไหนทำลายลงได้ในปัจจุบัน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FIFA55 BNK และติดตามรับชม ผลงานพร้อมกับบทความสาระดีๆ ได้ที่ http://bestcreditfinance.com/

Tags: , , , ,